<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Certified Humane&reg; Asia | Animal Welfare | </title>
	<atom:link href="https://certifiedhumaneasia.org/category/language/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://certifiedhumaneasia.org</link>
	<description>This website promotes animal welfare practices in Asia with an English blog focused on the region and content in local languages.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Sep 2025 14:47:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://certifiedhumaneasia.org/wp-content/uploads/2024/10/cropped-logo-asia-ch-200-32x32.png</url>
	<title>Certified Humane&reg; Asia | Animal Welfare | </title>
	<link>https://certifiedhumaneasia.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แนวทางการจัดการโคนมที่เหมาะสมควรทำอย่างไร</title>
		<link>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Infomidia Com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 15:18:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการโคนมที่เหมาะสม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.certifiedhumaneasia.org/?p=15518</guid>

					<description><![CDATA[การดูแลสวัสดิภาพสัตว์ไม่เพียงรับประกันคุณภาพของฝูงสัตว์เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพของสภาพแวดล้อมในการทำงาน ลดความสูญเสียและต้นทุน ขยายโอกาสทางการตลาด และยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายอีกด้วย]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลสวัสดิภาพสัตว์ไม่เพียงรับประกันคุณภาพของฝูงสัตว์เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพของสภาพแวดล้อมในการทำงาน ลดความสูญเสียและต้นทุน ขยายโอกาสทางการตลาด และยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในหลักสำคัญของสวัสดิภาพสัตว์คือการจัดการที่เหมาะสมสำหรับสัตว์แต่ละชนิด ซึ่งรวมถึงการจัดการโคนมที่เหมาะสมด้วย</span></p>
<p><a href="https://www.ciwf.org/programmes/farm-animals-in-asia-funding-the-future/"><span style="font-weight: 400;">Compassion in World Farming</span></a> <span style="font-weight: 400;">รายงานว่าในปี พ.ศ. 2565 มีสัตว์กว่าเก้าหมื่นสองพันล้านตัวทั่วโลกที่ถูกเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ในขณะที่โคนมกว่า 280 ล้านตัวผลิตน้ำนมถึงเจ็ดแสนสามหมื่นล้านลิตร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ กระแสบริโภคในภูมิภาคเอเชียยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มมีความตระหนักมากขึ้นและต้องการมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ตนบริโภคที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นสวัสดิภาพสัตว์และความยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานล่าสุดของ </span><a href="https://www.campaignasia.com/article/deloitte-indian-consumers-shift-to-value-conscious-purchases/496877"><span style="font-weight: 400;">Deloitte</span></a><span style="font-weight: 400;"> ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวอินเดียเริ่มคำนึงถึงความคุ้มค่าในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสวัสดิภาพสัตว์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนผลกระทบของแนวปฏิบัติการเลี้ยงสัตว์ต่อทั้งคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น บริษัทที่นำแนวปฏิบัติด้านการจัดการที่เหมาะสมมาใช้และรับรองสวัสดิภาพสัตว์ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการทางจริยธรรมของผู้บริโภคและตลาดเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ความภักดีของลูกค้าได้รับอิทธิพลจากปัจจัยเหล่านี้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><a href="https://asiafoodjournal.com/evolving-trends-in-the-fb-industry/"><span style="font-weight: 400;">Asia Food Journal</span></a><span style="font-weight: 400;"> รายงานว่าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง โดยมีกระแสใหม่ ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย และมีกระบวนการผลิตที่มีจริยธรรมที่เพิ่มสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการโคนมที่เหมาะสมจะช่วยรักษาสุขภาพของโคนม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พวกมันได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดความเครียด อัตราการบาดเจ็ดและอัตราการตาย ดังนั้น การดูแลเรื่องการสืบพันธุ์ สุขภาพของฝูงสัตว์ และการจัดการล้วนมีความสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี้และแนวทางการจัดการโคนมที่เหมาะสมใช่ไหม อ่านต่อเลย!</span></p>
<h3><b>การดูแลด้านการสืบพันธุ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งมีการการจัดการโคนมที่เหมาะสมในช่วงผสมเทียมและช่วงหลังผสมเทียมมากเท่าไหร่ ผลิตผลที่ได้จากฝูงโคนมก็จะยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษคือสภาวะทางความร้อนของโรงเรือนโคนม เพราะอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจเพิ่มอัตราการสูญเสียตัวอ่อนและส่งผลให้การตรวจจับอาการเป็นสัดทำได้ยากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งกว่านั้น คุณภาพของการเลี้ยงลูกโคยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของโคนม ทั้งในด้านการสืบพันธุ์และการผลิตอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อควรพิจารณามีดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อายุที่แนะนำสำหรับการคลอดลูกตัวแรกคือ 24 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อัตราที่เหมาะสมคือลูกโคหนึ่งตัวต่อปี หรือการคลอดลูกทุก 12 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ควรให้โคนมอยู่ในคอกที่มีร่มเงาหรือคอกคลอด พร้อมน้ำและอาหารที่มีคุณภาพเตรียมไว้ให้กินตลอดเวลา เป็นระยะเวลา 30 วันก่อนคลอด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระยะแห้งนมโดยเฉลี่ยควรอยู่ที่ 60 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมของต่อมน้ำนมในการผลิตน้ำนมในรอบถัดไป</span></li>
</ul>
<h3><b>การจัดการและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และโคนม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการจัดการโคนมที่เหมาะสมนั้น จะต้องปฏิบัติต่อโคอย่างใจเย็น โดยหลีกเลี่ยงการตะโกนหรือเคลื่อนไหวกะทันหัน และใช้วิธีการที่ใส่ใจพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์เพื่อป้องกันความเครียดหรืออาการบาดเจ็บ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางสวัสดิภาพสัตว์ในการจัดการฝูงโคนมมีดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ห้ามใช้แรงดึงหรือยกอวัยวะต่าง ๆ ของสัตว์ เช่น หาง ผิวหนัง ใบหู หรือขา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ต้องเคลื่อนย้ายลูกโคอย่างปลอดภัยโดยการอุ้ม จูง หรือขนส่ง ห้ามลากหรือดึงโดยเด็ดขาด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในระหว่างคลอด ควรให้การช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และไม่ควรทำการชักนำการคลอดเป็นประจำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สายสะดือของลูกโคแรกเกิดควรแช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สัตว์ที่ไม่สามารถเดินได้ควรได้รับการรักษาทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ห้ามทำเครื่องหมายโดยการกรีด การตัดเบอร์หู หรือการทำรอยบนใบหน้า ยกเว้นเพื่อเหตุผลด้านสุขอนามัยตามคำแนะนำของสัตวแพทย์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สุนัขต้องได้รับการฝึกไม่ให้ทำอันตรายหรือรบกวนโค ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตลอดเวลา และห้ามนำสุนัขเข้าไปในโรงรีดนมเด็ดขาด</span></li>
</ul>
<h3><b>การจัดการ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการโคนมที่เหมาะสมไม่สามารถทำได้หากฟาร์มขาดความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์และลักษณะเฉพาะของสัตว์แต่ละชนิด ดังนั้นการฝึกอบรมผู้จัดการและบุคลากรทุกคนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยควรครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การฝึกอบรมเกี่ยวกับการระบุและจัดการปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของโคนม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความรู้เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการฉุกเฉินในการรับมือกับอัคคีภัย ภัยแล้ง หรืออุทกภัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การจัดเตรียมบันทึกข้อมูลของฝูงโค รวมถึงกระบวนการกักกันและการใช้ยาสำหรับการตรวจสอบโดยผู้รับรองสวัสดิภาพสัตว์</span></li>
</ul>
<h3><b>สุขภาพของฝูงโคนม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลสุขภาพของโคนมจำเป็นต้องมีการพัฒนาแผนสุขภาพสัตว์ ซึ่งต้องมีการปรับปรุงอยู่เสมอภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ ตลอดจนการติดตามสมรรถภาพของสัตว์อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาตรการที่ควรดำเนินการ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สังเกตการเกิดโรคที่เกิดจากการผลิต โรคติดเชื้อ และอาการบาดเจ็บที่เกิดจากสภาพแวดล้อมหรือการจัดการที่ไม่เหมาะสม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รักษาสัตว์ที่ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บทันที พร้อมทั้งขอคำแนะนำหรือความช่วยเหลือจากสัตวแพทย์เมื่อจำเป็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">กักกันสัตว์ที่นำมาจากแหล่งอื่นตามระยะเวลาที่กำหนด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตรวจสอบและดูแลกีบเท้าอย่างน้อยปีละครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ประเมินและบันทึกภาวะกีบอักเสบในฝูงทุก 6 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การตัดหัวนมเกินควรทำก่อนวัยเจริญพันธุ์ โดยใช้ยาบรรเทาความเจ็บปวด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การสูญเขาควรทำภายใน 3 สัปดาห์แรกของอายุโค โดยใช้วิธีจี้ความร้อนร่วมกับการให้ยาบรรเทาความเจ็บปวด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การตัดเขาจะต้องดำเนินการโดยสัตวแพทย์เท่านั้น โดยใช้ยาระงับประสาทหรือยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาแก้อักเสบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ห้ามตัดหาง แต่สามารถเล็มขนที่ปลายหางได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ฟาร์มควรเตรียมความพร้อมในการทำ</span><span style="font-weight: 400;">การุณยฆาตหากจำเป็น ซึ่งจะต้องดำเนินการโดยสัตวแพทย์หรือบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม พร้อมทั้งดำเนินการกำจัดซากสัตว์ตามระเบียบข้อบังคับและข้อกำหนดท้องถิ่น</span></li>
</ul>
<p><a href="https://www.certifiedhumaneasia.org/"><span style="font-weight: 400;">เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการการผลิตสัตว์ได้ที่นี่เลย!</span></a></p>
<div id="gtx-trans" style="position: absolute; left: -2px; top: 0px;">
<div class="gtx-trans-icon"></div>
</div>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัตว์ก็มีหัวใจ พวกมันก็มีความรู้สึก รับรู้ได้ทั้งความเจ็บปวดและความสุข</title>
		<link>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%87/</link>
					<comments>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Infomidia Com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 15:15:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์มีความรู้สึก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.certifiedhumaneasia.org/?p=15517</guid>

					<description><![CDATA[แม้ว่าหลายคนตระหนักดีว่าสัตว์มีความรู้สึก แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีสัตว์นับล้านที่ยังถูกปฏิบัติราวกับว่าเป็นเพียง “สิ่งของ” หรือวัตถุ ถูกขังอยู่ในพื้นที่คับแคบที่ขาดสุขอนามัย มีอาหารไม่เพียงพอ และต้องทนกับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส ทั้งที่รับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายของตัวเองได้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าหลายคนตระหนักดีว่าสัตว์มีความรู้สึก แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีสัตว์นับล้านที่ยังถูกปฏิบัติราวกับว่าเป็นเพียง “สิ่งของ” หรือวัตถุ ถูกขังอยู่ในพื้นที่คับแคบที่ขาดสุขอนามัย มีอาหารไม่เพียงพอ และต้องทนกับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส ทั้งที่รับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายของตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สัตว์ไม่เพียงแต่รับรู้ถึงความทรมานและความเจ็บปวด แต่ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความสุข ความพึงพอใจ และความรู้สึกทั้งด้านบวกและด้านลบเช่นเดียวกับเรา งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้น รวมทั้งคำบอกเล่าของผู้เพาะพันธุ์สัตว์และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์มากประสบการณ์ต่างก็สนับสนุนแนวคิดนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี้ใช่ไหม กดติดตามเราเพื่อเรียนรู้ว่าทำไมสัตว์ถึงสามารถรู้สึกได้ถึงความสุข ความเศร้า ความเจ็บปวด ความกลัว และความพอใจได้เหมือนคุณ!</span></p>
<h3><b>สัตว์ก็มีความรู้สึก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปลา หรือแม้กระทั่งสัตว์จำพวกหอยและหมึก (mollusk) ก็มีความรู้สึกได้เพราะมีวงจรประสาทและโครงสร้างทางสมองที่สร้างจิตสำนึกขึ้น แม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถเข้าใจหรือตีความรู้สึกของพวกมันผ่านเพียงการสังเกตอย่างเดียวก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อค้นพบนี้เผยแพร่โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำในปี พ.ศ. 2555 ผ่านคำประกาศในการประชุมว่าด้วยจิตสำนึกในมนุษย์และสัตว์ (Cambridge Declaration on Consciousness in Human and Non-human Animals) ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยต่าง ๆ ที่เผยแพร่ในภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการศึกษาของงานวิจัยมีดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นักประสาทวิทยาชาวอเมริกันค้นพบว่าหนูขาวและหนูถีบจักรมีวงจรประสาทเดียวกันกับมนุษย์ที่ทำงานเมื่อเกิดอารมรณ์หรือมีความรู้สึกต่าง ๆ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอมโมรีในสหรัฐฯ พบว่าไก่มีบุคลิกเฉพาะตัว สามารถเข้าใจตัวเลข และรับรู้ถึงความกลัว กังวล และความเห็นอกเห็นใจได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังพบว่า สัตว์ตระกูลไพรเมต (primate) และช้างมีจิตสำนึกเรื่องความยุติธรรม โดยพวกมันจะไม่ร่วมมือกับผู้ที่ปฏิบัติต่อพวกมันอย่างไม่เหมาะสม รวมทั้งแสดงพฤติกรรมแก้แค้นต่อผู้ฝึกและผู้ดูแลที่มีความก้าวร้าว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นกมาคอว์ (Macaw) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม มีความซื่อสัตว์ต่อคู่ของมันตลอดชีวิต และเมื่อสูญเสียคู่ไป พวกมันอาจหยุดกินอาหารและอ่อนแอลงจนเสียชีวิต</span></li>
</ul>
<h3><b>ความสำคัญของการรับรองสวัสดิภาพสัตว์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทั่วไป ผู้เพาะพันธุ์สัตว์อาจอ้างว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายด้านโภชนาการ สุขอนามัย และการฉีดวัคซีนของสัตว์ อย่างไรก็ตาม สวัสดิภาพสัตว์ยังคงถูกละเลยอยู่บ่อยครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดหาอาหารและสภาพแวดล้อมให้สัตว์มีชีวิตรอดเพียงอย่างเดียวนั้นไม่อาจรับประกันได้ว่าพวกมันไม่ได้ประสบกับความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สัตว์แต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะตัว ดังนั้นการเคารพลักษณะดังกล่าวหมายถึงการจัดสภาพแวดล้อมและพื้นที่ที่เหมาะสม เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์ การพักผ่อน และการแสดงออกพฤติกรรมตามชาติ ซึ่งจะช่วยให้สัตว์รู้สึกสบายใจ ปลอดภัย และมีสุขภาพแข็งแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลสวัสดิภาพสัตว์ยังช่วยให้การจัดการง่ายขึ้นอีกด้วย ลดการสูญเสียและความเสียหาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับรองสวัสดิภาพสัตว์ช่วยดึงดูดความสนใจและสร้างความไว้วางใจจากผู้บริโภคที่มีจิตสำนึกด้านสวัสดิภาพสัตว์อีกด้วย</span></p>
<h3><b>ผู้บริโภคที่มีจิตสำนึก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบัน มีผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้องการทราบถึงแหล่งที่มาของอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ตนบริโภค รวมทั้งกระบวนการผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตจากสัตว์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ไม่ใช่เพียงแค่ความอยากรู้ทั่วไป ทุกวันนี้ ผู้คนไม่เพียงต้องการอาหารที่ดีต่อสุขภาพยิ่งกว่าเดิม แต่อาหารนั้นจะต้องไม่ได้มาจากสัตว์ที่ทนทุกข์ทรมานหรือทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระแสนี้มาแรง จนเกษตรกรในเอเชียต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้และดูแลสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยงของตน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตระหนักว่าสัตว์สามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกไม่ต่างจากเรา เช่น ความสุข ความเศร้า ความเจ็บปวด ความพอใจ ความโหยหา ความกลัว หรือความปลอดภัย เป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่การรับรองคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์ ซึ่งล้วนเป็นผลดีต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และโดยเฉพาะสัตว์เอง!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">→</span> <a href="https://materiais.certifiedhumanebrasil.org/how-to-obtain-an-animal-welfare-seal-and-boost-your-business?_gl=1*nimupv*_ga_V65P2PJ510*MTcyNDA5MDE2NC4xNi4wLjE3MjQwOTAxNjkuNTUuMC4w"><span style="font-weight: 400;">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอรับรองสวัสดิภาพสัตว์ได้ที่นี่</span></a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%9e%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การจัดการไก่ไข่: แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดและคำแนะนำที่ไม่ควรพลาด</title>
		<link>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a/</link>
					<comments>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Infomidia Com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 15:10:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการไก่ไข่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.certifiedhumaneasia.org/?p=15516</guid>

					<description><![CDATA[ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังว่าการผลิตอาหารจากสัตว์ทั้งหมดจะให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย รวมถึงทั้งสุขภาพและสวัสดิภาพของสัตว์ โดยเฉพาะไก่ไข่ที่ให้ผลผลิตเป็นไข่แก่เรา ดังนั้นการจัดการไก่ไข่เหล่านี้จะต้องปรับให้สอดคล้องกับลักษณะและพฤติกรรมตามธรรมชาติของแต่ละสายพันธุ์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังว่าการผลิตอาหารจากสัตว์ทั้งหมดจะให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย รวมถึงทั้งสุขภาพและสวัสดิภาพของสัตว์ โดยเฉพาะไก่ไข่ที่ให้ผลผลิตเป็นไข่แก่เรา ดังนั้นการจัดการไก่ไข่เหล่านี้จะต้องปรับให้สอดคล้องกับลักษณะและพฤติกรรมตามธรรมชาติของแต่ละสายพันธุ์</span></p>
<p><a href="https://chickenwatch.org/progress-tracker/?filterK=Cage-free"><span style="font-weight: 400;">ChickenWatch</span></a><span style="font-weight: 400;"> ติดตามการใช้ระบบสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศต่าง ๆ ในเอเชียผ่านแผนที่ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของความก้าวหน้าในแต่ละภูมิภาค ซึ่งพบว่าไต้หวันและญี่ปุ่นเป็นผู้นำในด้านสวัสดิภาพของไก่ไข่ในเอเชีย สังเกตได้จากความก้าวหน้าในการใช้ระบบการเลี้ยงไก่ไข่แบบไร้กรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน จีนและอินเดียเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าน้อยที่สุด เพราะยังคงใช้ระบบการเลี้ยงแบบขังกรงเป็นมาตรฐานในการผลิตไข่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในหลักการพื้นฐานในการดูแลสวัสดิภาพของไก่ไข่คือระบบการเลี้ยงแบบไร้กรง เพราะการเลี้ยงแบบขังกรงจะทำให้พวกมันไม่สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างอิสระ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเครียด รวมถึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพจิตและภูมิคุ้มกัน ดังนั้น การจัดการไก่ไข่ตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์จึงจำเป็นต้องใช้ระบบการเลี้ยงไก่ไข่แบบไร้กรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงไก่ไข่แบบไร้กรงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันสวัสดิภาพสัตว์ได้ แต่ยังจำเป็นต้องยึดแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อรักษาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของไก่ไข่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านต่อเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับคำแนะนำด้านสวัสดิภาพสัตว์ในการจัดการไก่ไข่ได้เลย!</span></p>
<h3><b>ประเด็นทั่วไปเกี่ยวกับสวัสดิภาพของไก่ไข่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการไก่ไข่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและรับผิดชอบทุกขั้นช่วงชีวิตของสัตว์ ตั้งแต่การเกิด การเลี้ยงดู การลำเลียง จนถึงการคัดออก ดังนั้น ควรนำแนวปฏิบัติในการจัดการมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ไก่ไข่เผชิญกับความหวาดกลัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำแนะนำสำหรับการจัดการไก่ไข่ที่ถูกต้องมีดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ควรหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนที่ไม่จำเป็นและการเคลื่อนไหวกะทันหันในบริเวณโรงเรือนไก่เพื่อป้องกันความเครียดหรือความกลัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ควรจับและเคลื่อนย้ายด้วยความระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ป้องกันไม่ให้เกิดความกลัวและความเจ็บปวด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ห้ามจับหรือยกไก่โดยใช้ปีก หาง เท้า หรือคอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การทารุณกรรมสัตว์ในทุกขั้นตอนของการจัดการถือเป็นความผิดตามกฎหมายของประเทศ</span></li>
</ul>
<h3><b>ระบบแสงสว่าง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรักษาสวัสดิภาพของไก่ไข แนะนำให้ใช้แสงธรรมชาติ เพราะวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้พวกมันขึ้นคอนในช่วงเย็น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเบียดเสียดในโรงเรือนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถใช้แสงธรรมชาติเพียงอย่างเดียวในการเลี้ยงไก่ ควรทำตามวิธีที่แนะนำดังต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ควรให้แสงสว่างทั่วทั้งโรงเรือน เพราะบริเวณที่มืดอาจทำให้ไก่รวมกลุ่มกันแน่นเกินไปหรือวางไข่บนพื้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ระบบให้แสงสว่างในโรงเรือนควรให้แสงสว่างจากแสงประดิษฐ์หรือแสงธรรมชาติอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน รวมทั้งมีช่วงมืดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือตามช่วงเวลาตามธรรมชาติในแต่ละวัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในกรณีที่ใช้แสงประดิษฐ์ ควรใช้ระบบหรี่ไฟที่สามารถปรับความสว่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเลียนแบบการเปลี่ยนแปลงและความเข้มของแสงธรรมชาติ โดยใช้สวิตซ์หรี่ไฟ ตัวควบคุมความเข้มแสง หรือตัวตั้งเวลาเพื่อช่วยควบคุมแสงในโรงเรือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในช่วงกลางวัน ควรให้แสงสว่างเพียงพอเพื่อให้ไก่ไข่สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ และสามารถตรวจสอบไก่ไข่ทั่วโรงเรือนได้ง่าย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความเข้มของแสงสว่างที่ระดับสายตาไก่ไข่ไม่ควรต่ำกว่า 10 ลักซ์</span></li>
</ul>
<h3><b>แนวทางการจัดการเพื่อป้องกันการจิกตี</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการด้านโภชนาการ สุขอนามัย สภาพแวดล้อมและการฝึกอบรมบุคลากรในการดูแลไก่ไข่สามารถช่วยลดปัญหาการจิกขนและป้องกันการจิกตีกัน (cannibalism) ในฝูงไก่ไข่ได้ ความรู้และประสบการณ์ของผู้ผลิตมีส่วนช่วยในการให้คำแนะนำหรือแนวทางในการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงของพฤติกรรมจิกตีกันในฝูงไก่ไข่ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตอบสนองความต้องการทางโภชนาการ: ควรจัดหาอาหารที่สมดุลและใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน การเผาผลาญและพฤติกรรมของไก่ไข่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ใช้วัสดุปูรองพื้นที่มีคุณภาพสูง: วิธีนี้ช่วยลดปัญหาการจิกตีกันได้ โดยกระตุ้นให้ไก่ไข่อาบฝุ่น ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลดสิ่งเร้า: เลือดหรือบาดแผลเปิดอาจกระตุ้นให้ไก่ไข่มีพฤติกรรมจิกขนที่รุนแรงขึ้น ดังนั้น โรงเรือนไม่ควรมีวัสดุแหลมคมที่อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">แยกไก่ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตออกทันที: ควรนำไก่ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตออกจากฝูงทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ดูแลความสม่ำเสมอของฝูงไก่: ควรจัดการให้ฝูงไก่มีน้ำหนัก สุขภาพ และสภาพขนที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด การชั่งน้ำหนักไก่เป็นประจำจะช่วยประเมินการจัดการด้านโภชนาการและสุขอนามัยได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คอนในระดับความสูงที่ต่างกัน: ทั้งในช่วงเลี้ยงและช่วงผลิต ควรมีการติดตั้งคอนในระดับที่ต่างกันเพื่อให้ไก่ไข่ใช้เป็นที่พักพิงได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รังวางไข่: รังควรมีพื้นที่ปิดและมีแสงน้อยเพื่อให้ไก่ไข่สามารถวางไข่ในพื้นที่รู้สึกปลอดภัยได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คัดเลือกสายพันธุ์: ควรเลือกสายพันธุ์ที่เชื่อง สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของฟาร์มได้ รวมทั้งมีพฤติกรรมจิกขนและจิกกันเองน้อยกว่า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การดูแลปากไก่: การตัดปากไก่จะทำให้เกิดความเจ็บปวดเรื้อรัง ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม หากฟาร์มยังจำเป็นต้องใช้กระบวนการนี้ ควรใช้วิธีตัดปากไก่ด้วย</span><span style="font-weight: 400;">เลเซอร์อินฟราเรดตั้งแต่อยู่ในโรงฟัก หรือใช้วิธีการจี้ปากเพื่อตัดเฉพาะปลายปากแทน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ฟาร์มสามารถใช้วิธีการอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ปากไก่สึกตามธรรมชาติได้ เช่น การใช้รางอาหารที่มีพื้นรองด้วยกระดาษทรายหรือพื้นผิวขรุขระ หรือการโรยหินพรุนทั่วโรงเรือนพร้อมกับวางอาหารไว้บนหินเหล่านั้น</span></p>
<h3><b>แนวทางการการุณยฆาต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไก่ไข่ป่วยจากโรคหรือความผิดปกติจนเกิดความทุกข์ทรมานและไม่สามารถฟื้นตัวได้ ควรคัดออกตามแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การุณยฆาตควรดำเนินการโดยสัตวแพทย์หรือบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมเพื่อไม่ทำให้ไก่เจ็บปวดหรือเกิดความเครียด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเคลื่อนกระดูกคอ </span><span style="font-weight: 400;">(cervical dislocation) </span><span style="font-weight: 400;">สามารถใช้ทำการการุณยฆาตได้ แต่ควรใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เพราะเป็นการคัดออกอย่างมีเมตตาและมนุษยธรรม ไม่ใช่วิธีการเชือดทั่วไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">วิธีการการุณยฆาตจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุและสภาพร่างกายของไก่ วิธีการกักบริเวณที่มีอยู่ ความเชี่ยวชาญของผู้ปฏิบัติงาน และจำนวนของไก่ที่ต้องคัดออก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าไก่เสียชีวิตแล้วก่อนนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบ การทำปุ๋ยหมัก หรือการเผาทำลาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ตามโครงการ National Compassionate Culling Program </span><span style="font-weight: 400;">การุณยฆาตควรดำเนินการโดยบุคลากรที่ได้รับการอบรมโดยใช้การเคลื่อนกระดูกคอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังเน้นย้ำว่า</span><span style="font-weight: 400;">ควรทำการการุณยฆาตในกรณีฉุกเฉินเท่านั้นเพื่อใช้เป็นการคัดออกอย่างมีเมตตาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นวิธีการฆ่าตามปกติ</span></li>
</ul>
<h3><a class="qbutton center default" href="https://materiais.certifiedhumanebrasil.org/asia-thai-egg-laying-hens" target="_blank" rel="noopener">ดาวน์โหลดเอกสารมาตรฐานสำหรับไก่ไข่</a></h3>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://certifiedhumaneasia.org/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
